music

 

1.Coldplay : Viva la vida

 
เป็นแฟนเพลงของ Coldplay มาทุกอัลบั้ม แต่ Viva la vida อัลบั้มล่าสุดของพวกเขาทำเอาเราปลื้มสุดๆ... ก็เพราะนี่คืองานดนตรีที่มีความสุดโต่ง แหวกแนว ที่พวกเขาผสมผสานจัดแจงถ่ายทอดเป็นเรื่องราวได้อย่างลงตัว..

ความมืดครึ้มที่แหวกว่ายท่ามกลางความหม่นหมอง เป็นเหมือนสไตล์เฉพาะ ที่ Coldplay ปูทางไว้ตั้งแต่แรก แม้จะมีเพลงจังหวะเร้า หรือหม่นสว่างสวนทางมาบ้างในงานเพลงอัลบั้มก่อนๆ แต่มาคราวนี้ ไม่รู้ว่า พี่คริส มาติน แกเกิดคึกอารมณ์ไหน  ส่งให้ Viva La Vida เป็นอัลบั้ม ที่ฮึกเฮิม สุกสว่าง และน่ารักที่สุด ...

ฟังเพลงในอัลบั้มนี้แล้ว อยากอ่านงานวรรณกรรมขึ้นมาจับใจ  ... เห็นไหมว่า Viva La Vida นอกจากจะขับกล่อมอารมณ์ให้สุนทรีย์ แล้วยังประเทืองปัญญาอีกด้วย ฮ่าๆ ...

แทร็คแนะนำ ...หามาฟังเดี๋ยวนี้เลยยยย ...

    - Viva La Vida ... สด ใหม่ ยิ่งใหญ่ ทรงพลังมากๆ
    - Lover in Japan ... ดนตรีน่ารักหนุงหนิง เร่งเร้าความเบิกบานสุดๆ  
    - Strawberry Swing ... ฟังแล้วมองเห็น สวนสตอเบอรี่ ท่ามกลางแดดอุ่น เสื่อผืน และหนังสือดีๆ ซักเล่ม
    - Lost ... เพลงความหมายดีๆ ที่ฟังแล้ว ชวนเข้มแข็ง และมองโลกได้เข้าใจมากขึ้น                                              - Life in Technicolor ...เพลงบรรเลงดีๆ ที่เราชอบมากอีกเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้                                                - Death and all his friends ... อารมณ์ล่องลอย ที่ฮึกเฮิมไปพร้อมๆ กับกำลังใจอันเต็มเปี่ยม

 

 
ความน่าสนใจของงานเพลงอัลบั้มนี้ นอกจากดนตรีพี่แกจะแหวกขนบ Coldplay มานิดๆ (คือร่าเริงเกินเหตุว่างั้นเหอะ) ความเหนือชั้นที่เราหลงรัก ยังอยู่ที่ภาคดนตรี ที่เดาใจไม่ค่อยถูก ว่ามาหม่นๆ หรือมาเร้าๆ เพราะหลายเพลงมาแบบพร้อมๆ กัน จึงทำให้อารมณ์ในการฟังเพลงอัลบั้มนี้ มีสีสัน ได้อย่างพอดิบพอดีจริงๆ

   


2. Kings of Leon : Only by the Night
 
 
นี่เป็นอัลบั้มล่าสุด ของวงร๊อคสุดเท่ จากฝั่งอเมริกา ที่นอกจากงานเพลงของพวกเขาจะมีความเป็นร็อคก๋ากั่น น่าจดจำ กับสไตล์เพลง การาค ร็อค แบบเกี้ยวกราดแล้ว ความน่าสนใจยังอยู่ที่สมาชิกในวงทั้ง 4 หล่อแบบขโมยหัวใจเรามากๆ หนำซ้ำ พวกเขายังเป็นอีกหนึ่งแบนด์ร็อคที่แฟชั่นจ๋าสุดๆ ...ชอบ...ชอบ...ชอบ

เรารู้จักวงนี้มานานแล้ว แต่อัลบั้มก่อนๆ หน้านี้ ฟังยากนิดนึง เลยไม่ได้สนใจ  แต่ Only  by the Night  อัลบั้มที่ 4 ของพวกเขา แตกต่างกับอัลบั้มที่ผ่านมา ...ฟังง่าย ...  เสนาะหู ...  ด้วยเพราะมีความนุ่มนวลมากขึ้น ... แต่แฟนเพลงเก่าๆ ของเขา อาจไม่ค่อยชอบใจ กับความเบาบางของดนตรี และความเกี้ยวกาดที่ลดน้อยลงก็เป็นได้

แต่เราชอบบบบบ ...บ บบ

แทร็คแนะนำ

    - use somebody  ... เศร้าสร้อยลึกๆ  เซ็กซี่หน่อยๆ เร้าอารมณ์สุดๆ
    - sex on the fire ... ชื่อเพลงประมาณว่า จัสติน ทิมเบอร์เลค มาเอง แต่เปล่าจ้ะ  ... นี่เป็นเพลงเร็ว ที่ Caleb Followill ใช้วิธีการร้อง ที่น่าสนใจ และแน่นอน ...เซ็กซี่มั่กๆ
    - be somebody  ... เพลงจังหวะมันส์ๆ ที่ใช้เลือกใช้คำร้องได้ติดหู และมีท่อนฮุคติดปาก อารมณ์ยั่วเย้าหน่อยๆ  
     - 17 ... อีกหนึ่งความน่าสนใจ ที่ผสมผสานความเพ้อฝันและความเป็นคลาสสิคร็อคได้อย่างมีเสน่ห์

 


ไม่รู้ว่าเป็นความชอบหน้าตา(ที่ดีเหลือเกิน) ของนักร้องกลุ่มนี้หรือเปล่า เราเลยรู้สึกว่า เพลงของพวกเขาใน Only by the Night ฟังได้ทุกเพลงจริงๆ


3. Glasvegas : Glasvegas
 


 4 หนุ่มเลือดสก็อต จากกลาสโกว์ ที่ดึงดูดเราด้วยเนื้อเสียงและสำเนียงการร้องแปร่งหูนิดๆ ของนักร้องนำ James Allan ที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย เจ็บปวด หดหู่ และผิดหวัง ...ฟังดูเหมือนจะเป็นงานเพลงที่ดูเศร้าแบบย่ำแย่เน๊อะ ...แต่เปล่าเลยจ้ะ ... คุณต้องลองฟังดูแล้วจะรู้ว่า  Allan ทำหน้าที่การร้องนำได้อย่างน่าสนใจ และน่าจดจำเอามากๆ กับโทนเสียงสูงหวีดอารมณ์ และแปร่งหูอย่างประหลาด...

อารมณ์และกลิ่นของ Glasvegas จะออกแนวเลื่อมใสศาสนานิดๆ เพื่อสังคมหน่อยๆ  ...

Glasvegas อาจจะไม่ใช่อัลบั้มเพลงที่เหมาะสำหรับทุกๆ คน แต่แนะนำว่า หากคุณเป็นหนึ่งของคนที่เสพดนตรีอย่างถึงแก่น จงหามาฟังซะ ...

แทร็คติดหู    

- Daddy's gone ... โอวววว .... พระเจ้า ...เรากำลังหลงไหลเพลงนี้สุดๆ ... เพลงติดหู ที่ฟังครั้งแรก ทำเอาเราติดใจ จนยกให้เป็นเพลงสุดยอดแห่งปี กับความหมายแอบเศร้า ที่ทำให้เรากลับมาถามตัวเองว่า หากวันที่เราอายุซัก 50 ปี เราจะมีคำถามชีวิตให้กับตัวเองยังไงนะ ....
    -Fuck you , it's over ... เพลงช้าที่มีเนื้อร้องเชยๆ ตัดพ้อ ต่อว่าของชายหนุ่ม ที่โดนสาวคนรักหักอก แค่ชื่อเพลงก็แรงแล้ว แล้วจะไม่ให้สะใจกับเพลงนี้ได้อย่างไร
    -Go Square Go ... คึกๆ ฮึกเฮิม
    - S.A.D. Light ... เพลงช้าจังหวะหนักๆ ที่เสียงกลองโดดเด่นมาก

 


 

   คำเตือน .. อย่าฟังเพลงของพวกเขาในช่วงบ่าย ที่สมองตื้อ เพราะเสียงหวีดแหลมแปร่งหู จะป่วนประสาทคุณอย่างแรวงงงง !!! ...  แต่จะเสนาะโสตนัก หากคุณนอนนิ่งๆ หลับตาพริ้ม ... แล้วละเลียด ความไหวนิ่ง และความเกรี้ยวกราดจากงานดนตรีของพวกเขา

Last day of Midnight Boom with The Kills

posted on 11 Nov 2008 16:51 by christmas in music

Last day of the Midnight Boom with T H E   K I L L S


 


 

ตอนนี้กำลังคลั่งวงร็อค อินดี้ดูโอ นาม The Kills คู่นี้อยู่
วันนี้เลยอยากพูดถึงทั้งงานเพลงเจ๋งๆ รวมถึงแฟชั่นน่ากรี๊ดสุดเท่ห์ของพวกเขา ที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว ....

The Kills คือวงร็อคสุดเท่ห์จากฝั่งอังกฤษ ที่ข้ามฝั่งไปดังถึงอเมริกาโน่น...



ความเจ๋งของ The Kills คือวงนี้มีกัน 2 คน ช่วยกันร้องและเล่น โดยมี Jamie Hince หรือ Hotel สามีของนางแบบชื่อดัง Kate Moss รับหน้าที่บรรเลงกีตาร์ฝีมือเทพ ที่สร้างจังหวะได้มันส์และเกรี้ยวกราดได้สุดยอด ส่วนนักร้องหญิงที่เท่ห์ได้ใจเราจริงๆ Alison Mosshart หรือ VV สาวอเมริกันที่ทำหน้าที่นักร้องหญิงได้ดุดัน (บางครั้งเธอเล่นกีตาร์ด้วย ...โคตรเก่งอ่ะ) และสร้างอารมณ์ของเพลงได้อย่างมีจังวะจะโคนได้น่าทึ่งสุดๆ (เธอบ้าและร้องเพลงแบบไม่ห่วงสวย ซึ่งเรามองว่า นี่แหละ...โคตรสวยอ่ะ )

 

 

 

 

 

The Kills สร้างงานเพลงในสไตล์ Rock Electronica ที่มีส่วนผสมของพังก์ การาจร็อค กับอุปกรณ์น้อยชิ้นอย่างกีตาร์ และเอฟเฟกต์ประกอบผ่านซินธิไซเซอร์ ซึ่งพวกเขาทำได้อย่างเหนือชั้นมาก ... อุปกรณ์น้อยชิ้น แต่สามารถดีไซน์ท่วงทำนองได้เข้มข้น และสร้างจังหวะได้สมบูรณ์แบบ รวมเป็นงานเพลงที่มีเอกลักษณ์ และมีสไตล์ของความเป็น The Kills ที่ชัดเจนและดึงดูดดดดมากกกก


Midnight Boom คืออัลบั้มลำดับ 3 ของพวกเขา ที่เราคิดว่าฟังง่ายกว่าอัลบั้มที่ 2 ที่มีชื่ออัลบั้มอย่างเท่ห์ว่า No WOw ส่วนอัลบั้มแรก Keep on Your Mean Side ยังหาฟังไม่ได้เลยอ่ะ ....

เพลงที่เราชอบมากกกก ใน MIdnight Boom
1. Last day of Magic
2. Tape song
3. Alphabet Pony
4. Getting Down

 
เพลงที่เหลือไม่ว่าจะเป็น M.E.X.I.C.O.C.U , Cheap and Cheerful, Sour Cherry, Hook the Line, Black Balloon หรือ Goodnight Bad Morning เราก็ชอบนะ ยิ่งฟังก็ยิ่งเข้าถึงความสร้างสรรค์ในการสร้างงานเพลงของพวกเขา ....

 



ฉันสามารถพูดได้ว่า The Kills เป็นเหมือนประตบานใหมู่ ที่เปิดโลกดนตรีของฉันให้กว้างขึ้น กว้างพอที่จะลองฟังอะไรใหม่ๆ ที่แม้จะมีเพื่อนหลายคนบอกว่า ฉันดูเป็นผู้หญิงที่มีด้านมืดสุดๆ ที่ฟังเพลงแบบนี้ ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า .... จะยังไงก็ช่าง ฉันอาจเป็นผู้หญิงด้านมืด ที่มีอีกด้านที่สุกสว่างสุดๆ เพราะเพลงของ T h e K i l l s ทำให้ฉันนึกอยากเป็นผู้หญิงมันส์ ๆ ที่ไม่แยแสโลกห่วยๆ ในบางวันที่อารมณ์มันบูดเกินเยียวยา


James blunt

posted on 21 Feb 2008 11:17 by christmas in music

james Blunt

 

All the Lost Souls เป็นอัลบั้มที่ 2 ของ James Blunt ศิลปินคนโปรดของฉัน ...

เขาทำให้ฉันตกหลุมรัก จากเพลง "you're beautiful"  .... ซึ่งฉันได้ยินเพลงนี้ครั้งแรก จากโฆษณาหนังทางทีวีเรื่อง "Just like heaven" ครั้งแรกที่ได้ยิน ฉันคิดว่าเป็นเสียงร้องจาก "Tracy Chapman"  .... ฉันเดินเข้าไปดูหนังรักโรแมนติกเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่า ไม่มีเพลง "you're beautiful" อยู่ในหนังเลย ...จากนั้นเพลง "you're beautiful" ก็โด่งดังไปทั่วโลก ทำเอาหลายคนยกย่องให้เป็นเพลงรักคลาสสิค และทำเอาหลายคนเอียนเพลงนี้ไปตามๆ กัน สำหรับฉัน...James Blunt ได้กลายมาเป็นหนึ่งในลิสต์ ศิลปินคนโปรดไปโดยปริยาย

~ ฉันรักในเสียงร้อง และอารมณ์เพลงของเขา ....

หลายๆ เพลงใน Back to Bedlam ติดหูได้ไม่ยาก .... High , goodbye my lover , Tears and Rain, Cry ...เสียงร้องของ James Blunt สำหรับฉันแล้ว ไม่ได้หวานเลี่ยน แต่กลับเศร้า และชักจูงอารมณ์ได้เป็นอย่างดี Back to bedlam จึงเป็นหนึ่งในงานเพลงที่ฉันหยิบขึ้นมาฟังบ่อยๆ

James Blunt กลับมาอีกครั้งกับ All the Lost Souls จากที่หายไปกว่า 3 ปี...ซิงเกิลแรก เพลง 1973 ไม่ประทับใจฉันสมกับที่รอคอย... แต่เพลง the same mistake ก็เป็นแสงสว่าง ที่เปลี่ยนความรู้สึกฉันให้กลับมามีชีวิตชีวา กับอัลบั้มใหมของ James Blunt ได้ในที่สุด

~ The same mistake ปลุกอารม์หม่นของฉันให้เคลื่อนไหว ได้อย่างกระตือรือล้น ... James Blunt ทำหน้าขับกล่อมเพลงนี้ ได้อย่างน่าติดตาม เสียงร้องที่ทอดเบา และโหยหวนในบางช่วง ทำให้บทเพลงนี้ไพเราะเหลือเกิน ... เนื้อหาและอารมณ์ของเพลงนี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นกับฉันบ่อยๆ ...ภาวะอารมณ์หม่น  สับสน กระัสับกระส่าย ไม่เข้าใจสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ ตำหนิตัวเองอย่างไร้เหตุผล

~ Shine on เพลงสุกสว่าง ความหมายดี ที่ทำให้ฉันอมยิ้ม และรู้สึกว่าขาเล็กๆ พร้อมที่จะก้าวต่อไปในโลกใบใหญ่ๆ นี้ได้อย่างมั่นใจ

~ I really want you เพลงช้าๆ ที่ค่อยๆ เร่งอารมณ์ทีละนิดๆ นี่ก็เป็นอีกเพลงดีๆ ที่ไม่ได้ทำให้ฉันผิดหวังกับอัลบั้มนี้ของเขาแม้แต่นิด

James Blunt ...กลับมาพร้อมลุคส์ไม่แยแสโลกเท่าใดนัก ใน All the Lost Souls ซึ่งฉันชอบใจ ที่ได้เห็นภาพความดิบ กับบทเพลงหวาน ที่พูดถึงสิ่งต่างๆ บนโลกได้อย่าง อ่อนโยน เจ็บปวด แต่ก็หวานขม อย่างได้รสชาติ ...

ใครที่เป็นแฟนเพลงของเขาอยู่แล้ว เชื่อว่าคงจะมีความสุขกับงานเพลงชุดใหม่ของเขาได้เหมือนอย่างที่ฉันเป็น ......

 

 

 

 

ref=http://www.myplaylist.org>

 

 

 

edit @ 24 Feb 2008 14:16:58 by christmas